4 Seasons House Yoon’s Color

4 Seasons House(บ้านสี่ฤดู)

หรือ Yoon’s Color ของ ยุน ซก โฮ ผู้กำกับซีรีส์ 4 ฤดูกาลโดยผู้กำกับยุนได้มอบบ้านหลังนี้ให้เป็นออฟฟิศ Yoon’Color และใช้เป็นฉากถ่ายทำละครในบางครับหลังจากซีรีส์ทั้ง4ฤดูกาล อันได้แก่ Autumn in My Heart, Winter Love Song, Summer Scent และ Spring Waltz จบลง แต่กระแสความนิยมในละครทั้ง4เรื่องยังไม่เคยจางหาย ผู้กำกับยุนจึงตัดสินใจปรับปรุงบ้านหลังนี้ ซึ่งใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครฤดูการสุดท้าย อย่างเรื่องดนตรีรักหัวใจปรารถนา Spring Waltz ด้วย โดยได้รวมฉากเด็ดที่เป็ที่ประใจเหล่าแฟนๆมารวมไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นฉากแสนโรแมนติกตอนที่มินวู พระเอกของเรื่อง Summer Scent บรรจงประดับกุหลาบไว้จนเต็มเพดาน เพื่อเซอร์ไพรส์เฮวอน นางเอกของเรื่อง หรือมุมยอดฮิตจากเพลงรักในสายลมหนาว กับเก้าอี้ไม้ที่มีตุ๊กตาหิมะชายหญิง2ตัวเป็น สักขีพยาน ในฉากการจุมพิตอันดูดดื่มของพระเอกนางเอก และ ฉากที่ถ่ายทำจริงในละครเรื่องดนตรีรักหัวใจปรารถนา ตั้งแต่ห้องนอนของนางเอกไปจนถึงเปียโนหลังเอกที่เป้นองค์ประกอบสำคัญหนึ่งของเรื่อง

4 Seasons House(บ้านสี่ฤดู) เปิดให้เข้าชม :
ทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
ค่าเข้าชม : 5000 วอน/คน เด็กอายุต่ำกว่า7ขวบเข้าฟรี

Logo&Mascot of Yeosu expo

Logo&Mascot of Yeosu expo

ตราสัญลักษณ์ของ Yeosu expo ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับหัวข้อหลักของการจัดงาน “The Living Ocean and Coast”ประกอบด้วยส่วนของ ระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิต (Ecology)แทนด้วยสีแดง มหาสมุทร (Ocean)แทนด้วยสีฟ้า และ สิ่งแวดล้อม (Environment)แทนด้วยสีเขียว ทั้งสามองประกอบผสานเข้าด้วยกันแสดงถึงการสอด ประสานอย่างกลมเกลียวของผืนโลก มหาสมุทรและมวลมนุษยชาติ

“Yeony” และ “Suny”ได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในทะเล (plankton) ซึ่งเป็นแหล่งอาหารชั้นยอดของหลากหลายชีวิตใต้ท้องทะเล “Yeony”ตัวสีฟ้าสื่อถึงน้ำทะเลที่เปี่ยมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์  “Suny” ตัวสีแดงสื่อถึงสิ่งมีชีวิตที่อาศัยในทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง Mascot สองตัวนี้ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ประจำ Expo 2012 Yeosu Korea

International Exposition Yeosu Korea 2012

International Exposition Yeosu Korea 2012 (ยอซู เอ็กซ์โป 2012)

งานมหกรรมนานาชาติเพื่อแสดงนิทรรศการเจาะลึกประเด็นสำคัญของโลกเพื่อเป็นเวทีในการแสดงความ ก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ระหว่างนานาประเทศ ซึ่งในปีนี้เป็นวาระที่เกี่ยวข้อง กับท้องทะเลและชายฝั่ง เพื่อหาแนวทางพัฒนาทรัพยากรทางทะเลของโลกให้ยั่งยืนภายใต้แนวคิด  “The Living Ocean and Coast” โดยในปีค.ศ. 2012 นี้จะจัดขึ้นที่เมืองยอซู (Yeosu) สาธารณรัฐเกาหลีใต้  แต่ละประเทศที่เข้าร่วมจัดนิทรรศการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของประเทศตัวเองจะมี Pavilion ของตน ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติในการจัด Pavilionเพื่อประชาสัมพันธ์ประเทศด้วยเช่นกัน

Yeosu Korea เปิดให้เข้าชม : 12 พฤษภาคม – 12 สิงหาคม 2555
สถานที่จัดงาน : New Port area in Yeosu, ประเทศเกาหลี
พื้นที่ในการจัดงานประมาณ : 1.74 ล้านตารางกิโลเมตร

พิพิธภัณฑ์เทดดี้แบร์ (Teddy Bear Museum)

พิพิธภัณฑ์ เท็ดดี้ แบร์ ของเกาหลี

อันเป็นพิพิธภัณฑ์ ตุ๊กตาหมี ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนเกาะ เชจู พิพิธภัณฑ์ เทดดี้แบร์ สร้างขึ้นในโอกาสครบรอบ 100 ปี เทดดี้ แบร์ ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในปี 1902 มีการทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนเมษายน ปี 2001 โดยมีการแสดงทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับ ตุ๊กตาหมี เทดดี้แบร์สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว

ภายในตัวอาคารเป็นการจัดแสดง ตุ๊กตาหมี จากทั่วโลก โดยแบ่งการแสดงออกเป็น 3 ส่วน คือ

ส่วนประวัติ ส่วนของงานศิลปะ และส่วนของการแนะนำโครงการ

ภายในอาคารยังมีการจัดแสดง หมีเทดดี้ เป็นเรื่องราวในชีวิตประจำวันต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนความเป็นอยู่ของชาวเกาหลี และประเทศอื่น ๆ

ภายนอกอาคารที่จัดเป็นสวนก็ยังมีรูปปั้น เทดดี้แบร์ ในลักษณะต่าง ๆ ที่เป็นเรื่องเป็นราว เช่น ครอบครัวหมีดำของเกาหลี หรือสระน้ำที่ เทดดี้แบร์ มาตกปลากัน เป็นต้น

พิพิธภัณฑ์ เท็ดดี้ แบร์ เชจู เปิดให้เข้าชมทุกวัน
ตั้งแต่เวลา 09:00-19:00 (รอบสุดท้าย 18:00)
ค่าบริการเข้าชม
ผู้ใหญ่ 6000 วอล
วัยรุ่น 5000 วอล
เด็ก 4000 วอล

นัมซันทาวเวอร์

นัมซันทาวเวอร์ หรือ
หอคอยกรุงโซล (N Seoul Tower)

หอคอยสูเสียดฟ้านี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของกรุงโซล ตัวหอคอยมีความสูงเกือบ 240 เมตร ซึ่งบางครั้งก็ถูกเรียกว่า “นัมซันทาวเวอร์” เพราะหอคอยตั้งอยู่บนภูเขานัมซาน ใจกลางกรุงโซล ประเทศเกาหลี ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับเที่ยวทัวร์ชมวิวทิวทัศน์ของกรุงโซล โดยเฉพาะในยามค่ำคืนนั้น จะเห็นสภาพบ้านเมืองของกรุงโซล ด้านล่างเต็มไปด้วยแสงสีต่างๆ โดยชั้นบนสุดของหอคอยกรุงโซลมีหอดูดาวและภัตตาคารที่หมุนได้ 360 องศา แถมยังมีนิทรรศการหมุนเวียนให้ชมอีกด้วย เรียกว่าประทับใจมากได้เลยทีเดียว

 

 

นัมซันทาวเวอร์ เปิดให้เข้าชมทุกวัน
ตั้งแต่เวลา 10.00 น.-23.00น.
ค่าบริการสำหรับหอชมวิว 7,000วอล/คน
ค่ากระเช้าไฟฟ้า 5,000วอล/เที่ยว 7,000วอล/รอบไป-กลับ
การเดินทางรถไฟใต้ดินสาย 4 ลงสถานีเมียงดง ทางออก 3

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเกาหลี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเกาหลี  (National  Museum  of  Korea)

 เป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่สุดในหมู่พิพิธภัณฑ์ในเอเชียด้วยกัน และใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของพิพิธภัณฑ์ต่างทั่วโลก  ตั้งอยู่ในเขตยงซาน ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ใหญ่โตโอ่อา มีความยาวถึง 400 เมตร สูง 3 ชั้น จัดแสดงเรื่องราวต่างๆ ภายในอาคารที่แบ่งเป็นฝั่งตะวันออกและตะวันตก ทางฝั่งตะวันออกจัดแสดงโบราณวัตถุเก่าแก่ ตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ มาถึงยุคประวัติศาสตร์ราชวงศ์ ส่วนฝั่งตะวันตก จัดเป็นลักษณะนิทรรศการตามยุคโดยแบ่งตามแผนที่เป็นห้องต่างๆและมีข้อมูลอธิบายอย่างชัดเจน วัตถุโบราณมากมายหลายชิ้นได้จากการขุดค้นพบภายในหลุมศพต่างๆ 2000 กว่าแห่งทั้วเกาหลี โดยมีการแบ่งส่วนจัดแสดงออกเป็นโซนต่าง ๆ ดังนี้

ชั้น 1  

ห้องโบราณคดี (Archaeological Gallery)  จัดแสดงวัตถุต่าง ๆ ในยุคโบราณตั้งแต่สมัยอาณาจักรแพ็จเจ จนถึงสมัยชิลล่า  เช่น  ภาชนะรูปเป็ด  มงกุฎทองคำ  รวมทั้งภาชนะ เครื่องประดับของใช้ในชีวิตประจำวันสมัยนั้น

ห้องประวัติศาสตร์  (Historical  Gallery)  จัดแสดงมรดกด้านภาษาของเกาหลีคือ “อักษรฮันกึล” แม่พิมพ์โลหะคำจารึก แผนที่โบราณ และโบราณวัตถุที่ถูก ขุดค้นพบในที่ต่าง ๆ ทั่วเกาหลี

ตรงห้องโถงทางเดินทางชั้น 1 จะมีแบบจำลองเจดีย์ 10 ชั้นแห่งวัดเกียงชอนชา ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสมบัติของชาติลำดับที่ 86 ตั้งอยู่เท่าขนาดของจริงที่สูง 13.5 เมตร ของจริงตั้งอยู่ที่วัดในเมืองแกพัง จังหวัดเคียงจิ สร้างขึ้นในสมัยโคเรียว เคยถูกลักลอบออกนอกประเทศครั้งหนึ่งโดยชาวญี่ปุ่น จนสามารถตามคืนมาได้ นอกจากนี้ยังมีผลงานการแกะสลักหินตั้งจำลองไว้ให้ชมตลอดสองข้างทางเดิน

ชั้น  2

ห้องวิจิตรศิลป์แกลลอรี่ 1  (Fine  Art  Gallery)  จัดแสดงให้เห็นถึงความงดงามของศิลปะพื้นบ้านของเกาหลี ทั้งการเขียน การวาด ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อทางศาสนา มีงานศิลปะพวกเครื่องปั่นดินเผา กระเบื้องเคลือบ

ชั้น  3 

ห้องวิจิตรศิลป์แกลลอรี่ 2  (Fine  Art  Gallery  2)  เป็นห้องที่รวบรวมผลงานศิลปะของเกาหลี อาทิ  พระพุทธรูป ศิลปวัตถุที่ทำจากโลหะมากกว่า 630 ชิ้น

ห้องศิลปะจากเอเชีย  (Asian  Arts  Gallery)  รวบรวมศิลปวัตถุโบราณจากจีน ญี่ปุ่น และแห่ลงอารยธรรมจากเอเชียกว่า 970 ชิ้น เช่น  ตุ๊กตาดินที่ขุดพบในประเทศจีน  เครื่องเคลือบจากประเทศต่าง ๆเป็นต้น

นอกจากส่วนจัดแสดงต่าง ๆ ที่กล่าวแล้ว ยังมีพิพิธภัณฑ์เด็กแยกส่วนออกมา เพื่อให้เด็กๆ ได้มีโอกาสจับต้องผลงานศิลปะได้จริง ๆ

ส่วนภายนอกอาคาร ก็มีการจัดแสดงงานศิลปะไว้กลางแจ้งให้ชมอีกด้วย พวกเจดีย์หินและรูปแกะสลัก  ทำให้รอบตัวอาคารพิพิธภัณฑ์มีความโดดเด่น และสวยงามยิ่งขึ้น

เปิดให้เข้าชม
วันอังคาร-วันศุกร์เวลา 09.00-18.00น. และวันเสาร์อาทิตย์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-19.00 น. ปิดจันทร์
ค่าบัตรเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 2,000วอล/คน เด็กนักเรียน 1,000วอล/คน
สำหรับหมู่คณะจะได้ลดคนละ500วอลทุกคน
ที่เคาเตอร์ประชาสัมพันธ์มีบริการให้เช่าเครื่อง PDA และ MP 3  เพื่อใช้เป็นแนวทางในการชมพิพิธภัณฑ์ได้อย่างมีอรรถรส มีภาษาต่าง ๆ ให้เลือกคือ  เกาหลี  จีน  ญี่ปุ่น และภาษาอังกฤษ  เพียงแต่ต้องจองล่วงหน้าทาง  www.museum.go.kr   ค่าเช่า  PDA  3,000 วอน,  MP 3  ราคา  1,000 วอน

อนุสาวรีย์ลี ซุน ชิน

อนุสาวรีย์ลี ซุน ชิน หรือ อี ซุน ชิน

ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บริเวณสี่แยกถนนเซจงโน ลี ซุน ชิน คือแม่ทัพเรือเกาหลีผู้เก่งกล้า ที่มีชื่อเสียงจากการนำกองทัพเรือเกาหลีเข้าโจมตีกับกองทัพเรือญี่ปุ่น ซึ่งยืนหยัดต่อต้านการรุกรานของกองทัพญี่ปุ่นจนสามารถเอาชนะมาได้หลายต่อหลายครั้ง ด้วยกลยุทธ์อันชาญฉลาด

ลี ซุน ชิน เสียชีวิตหลังยุทธนาวีที่โนลยาง (อ่านว่า โน-ลยาง) จากการถูกยิงด้วยกระสุนเพียงนัดเดียว ในวันที่16 ธันวาคม พ.ศ. 2141 ราชสำนักโซซอนยกย่อง เขาด้วยการพระราชทานราชทินนาม และยศให้หลายตำแหน่ง รวมทั้งชื่อที่ตั้งให้เป็นเกียรติอย่าง “ชุงมูกง”แปลว่า ขุนศึกผู้จงรักษ์ , “ซอนมู อีลตืง กงชิน” แปลว่า นายทหารผู้ควรได้รับการยกย่องชั้น1แห่งราชวงศ์โซซอน  ”ยองอึยจอง” แปลว่า มุขมนตรี , และ “ด็อกพุง บูวอนกุง”แปลว่า เจ้าชายแห่งราชสำนักจาก ด็อกพุง และได้รับพระราชทานราชทินนนามจากจักรพรรดิว่านลี่แห่งราชวงศ์หมิงว่า “จอมพลเรือแห่งจักรวรรดิหมิง”

อนุสาวรีย์นกฟีนิกซ์เกาหลี

อนุสาวรีย์นกฟีนิกซ์

ถ้าไปเที่ยวทัวร์แล้วทัวร์ไม่ได้ติดต่อจองบัตรเข้าชม Blue House ไว้ให้ก็ไม่ต้องเสียใจเพราะมันยุ่งยากมาก เราก็สามารถเดินเล่นออกมาถ่ายรู้กันตามสบายกับ อนุสาวรีย์รูปนกฟินิกซ์เหยียบโลก สัญลักษณ์แห่งการสร้างชาติของชาวเกาหลี พวกเขาเชื่อว่านกฟีนิกซ์ คือ อำนาจ พลัง และ ความเป็นนิรันดร์ สามารถฟื้นคืนชีพได้   ซึ่งเค้าเปรียบเทียบกับคนเกาหลีประมาณว่าไม่ว่าจะคนเกาหลีทำยังไงก็ไม่มีวันตาย ดูจากเมื่อครั้งที่เกิดสงครามประเทศเกาหลีต้องพบกับความลำบาก คนในประเทศอยู่ในภาวะอดอยากแต่ปัจจุบันประเทศเกาหลีก็กลับมาเป็นประเทศที่มีความเจริญประเทศหนึ่งเลยที่เดียว  นอกจากนี้ถ้าใครไปช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคมยังมีสวนดอกไม้ “มูกุงฮวา”  หรือ “โรสออฟซารอน” (Rose of Sharon) ดอกไม้ประจำชาติของเกาหลี ลักษณะกลีบดอกเป็นสีขาวชมพูระเรื่อสวยงาม ซึ่งจะบานสะพรั่งรอตอนรับพววกเรา ให้ไปโพสท่าถ่ายรูปกัน ดอกไม้ชนิดนี้หมายถึง ความเป็นอมตะ สะท้อนความเป็นอมตะของประวัติศาสตร์เกาหลี ความมุ่งมั่น และความอดทนของชาวเกาหลี

Blue House เกาหลี

Blue House เกาหลี

 เดินขึ้นไปทางเหนือจาก พระราชวังเคียงบก หรือ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านกาหลี อีกไม่ไกลก็จะถึง Blue House อันมีที่มาจากหลังคาสีฟ้าโดดเด่นเห็นแต่ไกลซึ่งเป็น ทำเนียบประธานาธิบดีแห่งเกาหลี หรือ ชองวาแด (Cheongwadae) ตั้งอยู่ภายในอาณาบริเวณกว้างขวาง อยู่ในตำแหน่งฮวงจุ้ยดีที่สุดของกรุงโซล คือด้านหลังบ้านเป็นภูเขาหัวมังกร และมีแม่น้ำไหลผ่านด้านหน้า

บ้านบูลเฮาส์ ประกอบไปด้วยทำเนียบประธานาธิบดี ที่พำนักของประธานาธิบดีและครอบครัว อาคารรับรอง หอชุนชูกวาน และอาคารสำนักเลขาธิการเพื่อความปลอดภัยเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่จะไม่ยอมให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปในบริเวณบ้านเป็นอันขาด นักท่องเที่ยวที่ไปกับทัวร์จะได้เห็น
บ้านบลูเฮาส์แค่จากบนรถเท่านั้นเอง แต่ถ้าได้ลงจากรถก็สามารถถ่ายภาพได้จากจุดที่ เจ้าหน้าที่จัดไว้ให้ซึ่งก็อยู่อีกฝั่งของถนน ลองสังเกตป้ายดูนะครับ การได้มาชม ทำเนียบประธานาธิบดีแห่งเกาหลี เหมือนเป็นธรรมเนียมว่าจะต้องให้นักท่องเที่ยวมาทักทายกับผู้นำประเทศถึงแม้จะไม่ได้เห็นประธานาธิบดีก็ตาม

นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเยี่ยมชมบ้านบูลเฮาส์ได้ฟรี โดยต้องจองล่วงหน้า ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 วัน สำหรับบุคคลทั่วไป แต่ถ้าไปทัวร์เป็นหมู่คณะ และชาวต่างชาติ ก็อาจจะยาวนานกว่านั้น อาจกินเวลาเป็นเดือน ๆ โดยการสมัครจองทางระบบออนไลน์ที่เว็บไซต์ Cheongwadae http://www.cwd.go.kr/ และนำโค๊ดที่จองไปรับบัตรเข้าชมฟรีที่สำนักงานท่องเที่ยวชองวาแด ตั้งอยู่ชั้นล่างภายในพระราชวังเคียงบก อย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลาทัวร์ ซึ่งจะมีรถรับส่งไว้คอยบริการอยู่ตรงลานจอดรถทางทิศตะวันออกของพระราชวังเคียงบก

เปิดให้เข้าชมทุกวัน ปิดจันทร์และวันหยุดราชการ
เวลาเปิดให้เข้าชม : 10:00, 11:00, 14:00, 15:00 น.

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติเกาหลี

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติเกาหลี (National Folk Museum of Korea)

เดินออกจากประตูจอนชุนมุน(Geonchunmun Gate)ของพระราชวังเคียงบกก็จะพบกับ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติเกาหลี(National Folk Museum of Korea) สิ่งที่จะเห็นเป็นอันดับแรกๆเลยจะเป็นรูปปั้นหินตั้งเป็นวงกลมอยู่ 12 ตัว ซึ่งเป็นรูปปั้นนักษัตร 12 ราศี เป็นมุมที่นักท่องเที่ยวชอบหยุดถ่ายรูปกัน แต่จริงๆในพิพิธภัณฑ์ยังมีส่วนของการนำเสนอวัฒนธรรม ประเพณีของชาวเกาหลีในอดีตและยังมีนิทรรศการกลางแจ้ง ที่จำลองร้านค้า ร้านขนมหวาน ร้านตัดผม ต่างๆที่อยู่ในยุค 60 มีจัดแสดงเรือมับโป(Mapo) เรือสินค้าคลาสสิกที่ขนส่งสินค้าทั่วภูมิภาค บริเวณรอบๆนั้นมีสวนเล็กๆที่เต็มไปด้วยหุ่นไล่กาฝีมือเด็กๆ  มีสนามเด็กเล่นที่มีเครื่องเล่นพื้นบ้าน พิพิธภัณฑ์แบ่งส่วนจัดแสดงไว้ 3 ส่วน จัดแสดงสิ่งต่างๆตามวิถีชีวิตในอดีต ส่วนแสดงข้าวของเครื่องใช้ วัฒนธรรมประเพณีต่างๆ ร่วมถึงส่วนผลงานศิลปะชิ้นสำคัญๆด้วย

ค่าเข้าชม :

ผู้ใหญ่ 3,000 วอน เยาวชน 7-18 ปี 1,500 วอน รวมค่าชมพระราชวังเคียงบก
เปิดให้เข้าชมทุกวัน ปิดวันอังคารและวันที่1มกราคมของทุกปี
เวลาเปิดให้เข้าชม : 09.00-18.00 (เดือน พ.ย.-ก.พ.เปิดถึง 17.00 น.)
ต้องเข้าชมก่อนเวลาปิดอย่างน้อย 1 ชม.